ภาพยนตร์
Lifestyle

ข้อดีและข้อเสียเมื่อสตรีมมิ่งมีบทบาทมากขึ้นในการทำหนังหรือภาพยนตร์

ปัจจุบันทิศทางของวงการภาพยนตร์กำลังเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการและแนวทางการทำธุรกิจ ซึ่งสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในเปลี่ยนแปลงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้นั้นก็คือ “วงการสตรีมมิ่ง” นั้นเองครับ บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปทำความรู้จักกับ “ข้อดีและข้อเสียเมื่อสตรีมมิ่งมีบทบาทมากขึ้นในการทำหนังหรือภาพยนตร์” และค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเจ้าแรกๆ ที่รันวงการสตรีมมิ่งครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันดีกว่าครับ

ต้นกำเนิดภาพยนตร์เป็นอย่างไร?

ภาพยนตร์ หรือ หนัง คือ กระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม แล้วนำออกฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหว ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้วเป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมาก ที่มีอิริยาบถหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยต่อเนื่องกันเป็นช่วง ๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อมา ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นการแสดงให้เหมือนจริง หรืออาจเป็นการแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการของผู้สร้างก็ได้

ข้อดีและข้อเสียของวงการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ซี่รี่ส์ที่มีผลต่อการวงการบันเทิงด้านนี้

ข้อดี

– การมาถึงของสตรีมมิ่งจะช่วยสร้างแหล่งเงินทุนให้กับวงการภาพยนตร์มากขึ้น

– การเข้าถึงภาพยนตร์รายย่อยหรือที่เราเรียกว่า หนังอินดี้ หรือ หนังเฉพาะกลุ่ม สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

– สร้างรายได้ให้กับนักสร้างภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเล็กหรือเจ้าใหญ่

– ผู้คนสามารถดูหนังหรือซีรี่ส์ที่ชอบได้ที่บ้าน

ข้อเสีย

– เห็นแก่รายได้มากกว่างานคุณภาพ

– หนังภาคต่อที่ไร้คุณภาพ สักแต่จะปล่อยออกมาเพื่อดึงดูดเงินเข้าหา

– วงการโรงหนังประสบกับปัญหาขาดแคลนรายได้

– บริษัทหนังยักษ์ใหญ่ขาดรายได้จากการซื้อสิทธิฉายภาพยนตร์

– เกิดการผูกขาดในลิขสิทธิ์การฉายมากขึ้น

ทำความรู้จักกับ 3 ค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่

●Disney plus

“Disney Plus” ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งภายใต้บริษัท The Walt Disney Company (DIS.US)

Disney+ ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งชื่อดังจากบริษัทการ์ตูนในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ล่าสุดมีการเปิดตัวในประเทศไทยจนกลายเป็นกระแสที่หลายคนต้องสมัครสมาชิก เป็นของตัวเองเลยทีเดียว โดยจุดที่โดดเด่นของสตรีมมิ่งชื่อดังนี้คือ ภาพยนตร์และซีรี่ย์จาก Walt Disney Studio, Walt Disney Television และบริษัทในเครือของ Disney ได้แก่ Disney, Pixar, Marvel, Star War, 20th Century Fox และ National Geographic โดยในปัจจุบัน Disney + กำลังมีการขยายพื้นที่ให้บริการไปทั่วโลก

NETFLIX

“Netflix” ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งภายใต้บริษัท Netflix, Inc. (NFLX.US)

ถ้าพูดถึงธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งก็คงจะขาดชื่อนี้ไปไม่ได้ “Netflix” ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งชั้นนำที่ให้บริการกระจายกว่า 190 ประเทศ โดยคอนเทนต์ซีรี่ย์และภาพยนตร์ที่นำมาฉาย จะเปลี่ยนไปตามความชอบของลูกค้าแต่ละคน ซึ่ง Netflix ก่อตั้งโดย Reed Hasting และ Marc Randolph ในเมือง Scott Valley รัฐแคลิฟลอเนียร์ ทั้งสองเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นบริษัทให้เช่าแผ่น DVD (ยังคงดำเนินมาถึงปัจจุบัน) โดยธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับ Netflix ในทุกวันนี้คือไม่ได้มีเพียงแค่ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่ง แต่ยังมีธุรกิจให้เช่า DVD ด้วยเช่นกัน ถึงแม้นจะมีสัดส่วนที่น้อยมาก

HBO GO, HBO Max

“HBO Max” ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งภายใต้บริษัท AT&T Inc. (T.US)

 HBO MAX เป็นธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งที่ AT&T เป็นเจ้าของ โดยอยู่ภายใต้การดูแลและบริหารงานของบริษัท Warner Media หนึ่งในบริษัทย่อยของ AT&T โดยเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งล่าสุดที่มีการเปิดตัวในเดือนพ.ค. ปี 2563 ซึ่งในปัจจุบันเปิดให้บริการเพียงแค่ในประเทศสหรัฐฯ, ประเทศแถบละตินอเมริกา และล่าสุดในกลุ่มประเทศเขตทะเลแคริเบียน หรือทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโกเท่านั้น อีกทั้งยังมีแพลนที่จะเปิดให้บริการในยุโรปและเอเชียในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 อีกด้วย โดยจุดเด่นของ HBO Max คือ ลิขสิทธิ์จักรวาล DC ที่มีแฟนคลับจำนวนมมาก อย่าง ซุปเปอร์แมน แบทแมน ฯลฯ มองดูแล้ว HBO Max ที่เป็นเจ้าของคอนเทนต์ DC ก็นับได้ว่าเป็นคู่แข่งที่ชัดเจนกับ Disney + เจ้าของคอนเทนต์ Marvels ด้วยเหมือนกัน ศึกวิดีโอสตรีมมิ่งดูจะร้อนแรงมากในปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่า ธุรกิจหลักของ AT&T ไม่ใช่ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งแต่เป็นธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์อันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ (คล้าย AIS บ้านเรา แต่มีมูลค่าบริษัท คำนวณจาก Market Capitalization ที่มีขนาดใหญ่กว่าราว 13 เท่า)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ข้อดีและข้อเสียเมื่อสตรีมมิ่งมีบทบาทมากขึ้นในการทำหนังหรือภาพยนตร์” ที่เราได้หามาฝากทุกๆ ท่าน หวังว่าจะเป็นประโยชน์และให้ความรู้กับทุกๆ ท่านนะครับ